เชียงใหม่ Kick off เริ่มฉีดวัคซีนโควิด พร้อมเล็งคลายมาตรการ

เชียงใหม่เร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน มีลุ้นคลายมาตรการ

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ระลอกใหม่ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ว่าในขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มใหม่จำนวน 1 ราย ทำให้ปัจจุบันเชียงใหม่มียอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 4,102 ราย รักษาหายแล้ว 4,003 ราย คิดเป็นร้อยละ 97 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม

โดยก่อนหน้านี้ทางเชียงใหม่ก็ได้มีการให้ประชาชนในพื้นที่ รวมไปถึงชาวต่างชาติได้ลงทะเบียนเพื่อเข้ารับวัคซีน ผ่านเว็บไซต์ “ก๋ำแปงเวียง” ฉีดวัคซีน หยุดเชื้อ เพื่อเชียงใหม่ ที่มีตัวเลือกของวัคซีนให้เลือก 2 ชนิด คือแอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวค เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงชาวต่างชาติที่เป็นแรงงานได้เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 แต่ทั้งนี้ตัววัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ทางจังหวัดได้ระบุมาว่าขอสงวนสิทธิ์ให้กับผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปให้ได้รับวัคซีนตัวนี้ก่อน

เชียงใหม่ Kick off เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว
เชียงใหม่ Kick off เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว

ซึ่งในวันนี้ (7 มิถุนายน 2564) เชียงใหม่ได้ทำการ Kick off อย่างเป็นทางการ พร้อมย้ำว่าทุกหน่วยงานได้เตรียมความพร้อมในเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี โดยแต่ละอำเภอจะร่วมมือกันกับสำนักงานสาธารณสุขเชียงใหม่ โรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อจัดเตรียมสถานที่ ระบบการจัดการวัคซีน รวมไปถึงอำนวยความสะดวกในเรื่องของการเดินทางให้กับประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยในการลำเลียงวัคซีนไปยังส่วนกลางตามพื้นที่ที่กำหนด โดยความร่วมมือของทุกฝ่ายจะปฏิบัติเช่นไปนี้ไปจนกระทั่งครบ 4 เดือน ตามเป้าหมายของการให้วัคซีนที่วางเอาไว้

จริงหรือไม่ โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเชียงใหม่


อย่างที่ทราบกันดีว่าจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดแห่งการท่องเที่ยว และในทุก ๆ ปี หรือทุก ๆ เทศกาล เชียงใหม่ก็มักเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเลือกที่จะมาท่องเที่ยว แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เป็นอยู่นั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่น่าเป็นห่วง

โควิด-19 ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชียงใหม่
โควิด-19 ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชียงใหม่

ซึ่งจากการเปรียบเทียบพบว่าในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2562 (ช่วงที่ยังไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด) เชียงใหม่มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมากถึง 2.08 ล้านคน หรือตีเป็นรายได้ราว ๆ 22,200 ล้านบาท แต่เมื่อนำมาเทียบกับช่วง 2 เดือนแรกของปี 2563 (เริ่มมีการแพร่ระบาดของโควิด) รายได้การท่องเที่ยวลดเหลือเพียง 18,150 ล้านบาท หรือรายได้เชียงใหม่หายไปถึง 18%  โดยการเปรียบเทียบนี้เป็นการเปรียบเทียบในระยะ 2 เดือนแรกของปี 2562 – 2563 เท่านั้น เพราะตัวเลขการท่องเที่ยวในปัจจุบันของเชียงใหม่ กำลังถอยหลังลงเรื่อย ๆ

ที่สำคัญไม่เพียงแต่โควิด-19 เท่านั้น ที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ เพราะเชียงใหม่ก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเรื่องฝุ่น PM2.5 เช่นกัน และเมื่อเชียงใหม่ได้เกิด 2 ปัจจัยนี้พร้อมกัน ก็ยิ่งทำให้ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม การขนส่ง ยานพาหนะ ร้านค้า ฯลฯ ในเชียงใหม่ มีรายจากผู้มาเยือนลดน้อยลงมากกว่าเดิม

เชียงใหม่ผู้ติดเชื้อน้อยลง เล็งคลายมาตรการ
เชียงใหม่ผู้ติดเชื้อน้อยลง เล็งคลายมาตรการ

เชียงใหม่มีลุ้น จ่อคลายมาตรการ


กลับมาในเรื่องของโควิด-19 ในเชียงใหม่กันต่อ จากตัวเลขของผู้ติดเชื้อสะสม ผู้ติดเชื้อรายวัน และผู้เสียชีวิตที่มีจำนวนลดน้อยลง จึงทำให้ในขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่อาจจะมีการคลายมาตรการบางส่วน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้กลับมาฟื้นฟูกิจการกันอีกครั้ง ซึ่งในช่วง 4 วันที่ผ่านมา พบว่าเชียงใหม่เป็นอีกจังหวัดที่มีตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิดต่ำกว่า 5 คน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าหากเป็นเช่นนี้ครบสัปดาห์ เชียงใหม่คลายมาตรการอย่างแน่นอน

แต่ทั้งนี้ทางจังหวัดก็ยังขอความร่วมมือให้ประชาชนทุกคนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตรวจโควิดที่บ้าน เพราะหากมีการแพร่ระบาดขึ้นมาอีกครั้งอาจส่งผลกระทบที่ร้ายแรงมากกว่าครั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ในเรื่องของการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ ก็ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการหลักที่วางเอาไว้ ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย และยังคงงดกิจกรรมรวมกลุ่มมากกว่า 50 คนดังเดิม เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยและห่างไกลจากเชื้อไวรัสตัวนี้มากที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

News

วิธีใช้งานไมโครเวฟแบบผิด ๆ ไม่อยากเปลี่ยนใหม่อย่าหาทำ

ใช้งานไมโครเวฟด้วยวิธีผิด ๆ ชีวิตอาจเปลี่ยนได้ ไมโครเวฟจัดได้ว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณได้แบบหลากหลาย ทั้งอุ่นอาหาร ทำอาหารมื้อเล็ก ๆ อบขนม (บางประเภท) ชงเครื่องดื่มแก้วโปรด หรือแม้แต่การละลายน้ำแข็งที่เกาะอยู่บนอาหารแช่แข็งก็สามารถทำได้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าความสะดวกเหล่านี้ หากคุณใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ไม่ได้ศึกษาวิธีการใช้อย่างรอบคอบ บางทีมันอาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายสุขภาพร่างกายของคุณ หรืออาจส่งผลเสียต่อระบบภายในของไมโครเวฟในระยะยาวก็ได้ และเพื่อความปลอดภัยของทุกคน วันนี้เรามาบอกต่อวิธีใช้ไมโครเวฟแบบผิด ๆ ที่ใครไม่อยากเปลี่ยนใหม่ หรือไม่อยากสุขภาพร่างกายแย่ อย่าหาทำเด็ดขาด วิธีใช้ไมโครเวฟแบบไหนบ้าง ที่เป็นอันตราย ไม่ควรทำ? อุ่นแก้วกาแฟกระดาษ ข้อแรกคอแฟทั้งหลายต้องระวังให้ดี เพราะการใส่แก้วกาแฟที่เป็นกระดาษไปในไมโครเวฟ ความร้อนภายในเครื่องจะทำให้แก้วละลาย ยุบตัว และเกิดรอยรั่วได้ ทางที่ดีหากต้องการดื่มแบบร้อน ๆ แนะนำให้เทเครื่องดื่มใส่แก้วเซรามิคหรือแก้วที่ระบุว่าสามารถนำเข้าไมโครเวฟได้จะดีกว่า ได้ดื่มแบบหนำใจ แถมยังไม่มีสารเคมีปนเปื้อนอีกด้วย อุ่นอาหารด้วยภาชนะรีไซเคิล โดยปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นภาชนะรูปแบบไหนที่มีส่วนผสมของ ‘โลหะ’ หรือ ‘พลาสติก’ ที่ไม่ทนต่อความร้อน ก็ไม่ควรจะนำเข้าไปในไมโครเวฟอยู่แล้ว เพราะเสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟที่เป็นอันตราย ทั้งยังเสี่ยงต่อการรับประทานอาหารที่มีสารเคมีปนเปื้อนด้วย อุ่นเครื่องดื่มจนเดือด กลับมาที่เมนูเครื่องดื่มกันอีกครั้ง สาเหตุที่ไม่ควรอุ่นเครื่องดื่มจนเดือดนั้นเป็นเพราะ เมื่อของเหลวมาเจอกับความร้อนที่มากกว่า 100 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะทำให้เกิดการปะทุภายในและเป็นอันตรายทั้งกับตัวไมโครเวฟ และตัวคนทำเอง ทางที่ดีควรแบ่งระยะการอุ่นเป็นช่วงสั้น ๆ […]

Read More
News

144 ปี ร่วมรำลึกถึง ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่ล้านนา

ร่วมรำลึกถึงพระนักพัฒนา ครูบาศรีวิชัย หากใครที่มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวแรกที่คุณอยากเดินทางไปเยือนสักครั้งคงจะต้องเป็นพระธาตุดอยสุเทพแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวที่สำคัญของเชียงใหม่ แต่ใครเล่าจะรู้ว่าประวัติของเส้นทางการขึ้นดอยแห่งนี้ไม่ธรรมดา เพราะนี่เป็นจุดเริ่มต้นของคำนิยามที่ไม่เคยมีใครได้รับ นั่นคือ ‘พระนักพัฒนา’ และหากคุณได้เดินทางไปเชียงใหม่แล้วกล่าวถามชาวบ้านว่าพระรักพัฒนาที่ว่าคือใคร ชาวบ้านก็พร้อมจะตอบเป็นเสียงเดียวกันแบบไม่ต้องคิดว่าบุคคลผู้นั้นคือ ครูบาศรีวิชัย ที่ท่านได้ทำการพัฒนาวัดวาอารมและถาวรวัตถุทางศาสนาอีกหลายสิบวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ครูบาศรีวิชัย ผู้สร้างหนทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งแต่เดิมวัดพระธาตุดอยสุเทพเป็นวัดที่หากใครต้องการเดินทางไปนมัสการจะต้องเดินเข้าขึ้นไปด้วยความบากลำบาก โดยใช้ระยะเวลาในการเดินทางราว ๆ 4 – 5 ชั่วโมง แต่แล้วครูบาศรีวิชัย ก็ได้ทำการริเริ่มการสร้างหนทางขึ้นดอยสุเทพที่ได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากชาวล้านนาในสมัยนั้น โดยใช้เวลาในการสร้างเพียงแค่ 5 เดือนเศษ ที่สำคัญยังไม่ใช้งบประมาณของรัฐอีกด้วย ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ที่ท่านเป็นร่มกาสาวพัสตร์ให้กับประชาชน ปฏิบัติศาสนากิจด้วยความบริสุทธิ์ใจ อีกทั้งยังพัฒนาวัดวาอารามที่เสื่อมโทรมทางภาคเหนือ ให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง แม้ว่าท่านจะไม่เคยได้รับสมณศักดิ์ใด ๆ ไม่มียศ หรือตำแหน่งทางคณะสงฆ์อย่างที่ควรจะเป็น แต่ท่านกลับได้รับความเลื่อมไสศรัทธาและได้รับความยกย่องจากชาวบ้านว่าเป็น นักบุญแห่งล้านนาไทย แต่ด้วยความประสบผลสำเร็จทั้งปวง และความมีชื่อเสียงอันแรงกล้าของท่าน นั่นจึงทำให้คณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่เกิดความไม่พอใจ ทั้งยังกล่าวหาเอาผิดท่านมากถึง 3 ครั้ง ด้วยการให้เหตุผลว่าท่านไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของคณะแขวง ทั้งยังไม่สนใจจารีตแบบแผนการปกครองของคณะสงฆ์ฉบับใหม่ ด้วยเหตุผลนานาประการจึงทำให้ท่านต้องถูกนำไปสอบอยู่ที่กรุงเทพฯ หลายครั้ง และในตอนนั้นเองก็เกิดเป็นคำพูดอมตะที่ยากจะลืมว่า “หากน้ำปิงไม่ไหลย้อนขึ้นเหนือ จะไม่ขอไปเหยียบแผ่นดินเชียงใหม่” และท่านก็ทำอย่างที่เคยกล่าวไว้จริง ๆ […]

Read More